︎︎︎ 16 March 2021


December 3, 2020

Blind Sight: A photographic installation by Shane Bunnag

บอดแสง: นิทรรศการจัดแสดงภาพถ่ายโดย เชน บุนนาค





On good days, and at a very specific time, only for two weeks in the autumn, the sun cuts down golden through the streets. A moment of grace, like the cherry blossom season in Japan. - Shane Bunnag

︎

วันที่อากาศดีเป็นช่วงเวลาหนึ่งเพียงสองสัปดาห์ในฤดูใบไม้ร่วง ดวงอาทิตย์จะตัดผ่านถนน
แดดส่องเป็นสีทอง เป็นช่วงเวลาแห่งความงดงามเสมือนฤดูดอกซากุระบานในประเทศญี่ปุ่น - เชน บุนนาค



At a certain time of the day during a brief period of the year, the sun hits Paris at a precise angle, flooding its inhabitants with an intense direct light that transforms the city into a temporary diorama of burnt skies and shadowed streets. Intrigued by this blinding light, artist Shane Bunnag went out with his camera in an attempt to capture the fleeting phenomenon.

The resulting images, shot during such expeditions into the piercing sunrays and streets shrouded by shadow, portray a transformed city—familiar cityscapes are reduced to monochromatic murals of spot-lit skies and an almost apocalyptic darkness, as if the entire city is suspended in an eclipse.

The photographs, which are shot deliberately “against the light”, transform mundane reality into shadow. City streets fade into shade and its inhabitants are reduced to mere contours— floating silhouettes in a sea of burning light.

Perception is suddenly altered. This act of seeing into light perverts our vision, the light blinds us and what we see is reduced to vague flashes of urban geography. As if just for a brief interval, perception and distortion collide in an eclipse of reality.

This is a world of uncertainty, of doubt, of subjective truths and crumbling assumptions. Each printed canvas not only captures this haunting transformation but also references the larger shifts we have seen in recent history.

Printed on loose canvas and hung on the gallery’s narrow wall spaces straddled by open doorways, the photographs’ dimension and positioning intentionally mirror those of the doorways. The canvases become tromp-l’oeil portals, inviting the viewer to enter into the projected scenes of blinding light and spectral shadows.

The viewer is posited in an in-between space. Just as the portrayed cityscapes are engulfed in a destabilizing shroud of darkness, the viewer here is also momentarily suspended in an ambiguous realm between the gallery space and the projected scenes of the canvases. Here, as in the depicted scenes, nothing is certain. Reality has shifted in an unsettling moment of flux—an instant of ephemeral blindness where life as we knew has come to a pause.

That these canvases are hung—veil-like between the doors, alludes to the apocalyptic connotations of the photographs. The eerily dim city, the ghostly silhouettes and the burning sun all imply that the world we had known has come to an end, or at least profoundly transformed.

The word “apocalypse” may also be translated as “to unveil” or to uncover a hidden truth and these photographs challenge the viewer to reexamine our preconceptions and face the ambiguities of a suddenly altered reality.

As in any eclipse, this period of darkness is ephemeral. This transient rupture, this temporal “crack” in reality—forces us to confront our inherent illusions and face the world’s disrupting changes, however blinding. It is both a moment of darkness and light, of blindness and reflection, of uncertainty and poetry, of revelation and grace.

Pring Bunnag
Bangkok, 2020


︎

ในช่วงเวลาหนึ่งของวันนั้น ช่วงสั้นๆของปี ดวงอาทิตย์จะตกกระทบปารีสในมุมที่แม่นยำ ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกท่วมท้นด้วยแสงส่องตรงอย่างรุนแรง ซึ่งเปลี่ยนเมืองให้กลายเป็นภาพสามมิติเพียงชั่วครู่ ด้วยท้องฟ้าที่มอดไหม้และถนนที่ทอดเงา ศิลปินเชน บุนนาค รู้สึกประทับใจกับภาพที่เกิดจากแสงนี้ เขาจึงออกไปพร้อมกับกล้อง เพื่อพยายามเก็บภาพปรากฏการณ์ที่หายวับไปในช่วงเวลาเพียงไม่นาน

ภาพที่ได้จากการออกไปถ่าย ในช่วงขณะที่เเสงอาทิตย์ส่องทะลุอาคารและถนนที่ปกคลุมไปด้วยเงา แสดงให้เห็นถึงเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

ทิวทัศน์ของเมืองที่คุ้นเคยจะลดลงเหลือเพียงภาพจิตรกรรมฝาผนังสีเดียวของท้องฟ้าที่มีแสงเป็นจุด ๆ และความมืดมิดเกือบสนิทสภาพราวกับว่าเมืองทั้งเมืองถูกแช่อยู่ในช่วงสุริยคราส

ภาพที่ถ่ายโดยเจตนา “ย้อนแสง” เปลี่ยนโลกธรรมดาให้กลายเป็นเงา ถนนในเมืองจางหายไปในที่ร่มและผู้อยู่อาศัยลดลงเหลือเพียงรูปทรง - เงาลอยอยู่ในทะเลที่มีแสงไฟแผดเผา

การรับรู้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน การมองเห็นในแสงนี้บิดเบือนการมองเห็นของเรา แสงบังตาทำให้สิ่งที่เรามองเห็นลดลงเป็นภาพภูมิศาสตร์เมืองที่คลุมเครือ ราวกับเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ การรับรู้และการบิดเบือนปะทะกันของความเป็นจริงที่คลุมเครือ

นี่คือโลกแห่งความไม่แน่นอน ความสงสัยต่อความจริงเชิงอัตวิสัยและสมมติฐานที่พังทลาย
ผืนผ้าใบที่พิมพ์ออกมาแต่ละผืนไม่เพียงแต่บันทึกภาพการเปลี่ยนแปลงที่น่าฉงนนี้ แต่ยังอ้างอิงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เราเห็นในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

ภาพพิมพ์ลงบนผืนผ้าใบแบบหลวม ๆ และแขวนไว้บนผนังแคบ ๆ ของแกลเลอรีซึ่งคร่อมประตูที่เปิดอยู่ มิติและการวางตำแหน่งของภาพถ่ายมีเจตนาสะท้อนให้เห็นทางเข้าประตู ผืนผ้าใบกลายเป็นพอร์ทัลแบบ tromp-l'oeil ซึ่งเชิญชวนให้ผู้ชมเข้าสู่ฉากที่ฉายที่เกิดจากการบดบังของแสงและเงาของสเปกตรัม

ผู้ชมอยู่ในพื้นที่ระหว่างกัน เช่นเดียวกับภาพทิวทัศน์ของเมืองที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดแน่นิ่ง ผู้ชมที่นี่จะถูกสะกดนิ่งชั่วขณะในขอบเขตที่คลุมเครือระหว่างพื้นที่แกลเลอรีและฉากที่ฉายของผืนผ้าใบ ที่นี่เช่นเดียวกับในฉากที่ปรากฎไม่มีอะไรแน่นอน ความเป็นจริงได้เปลี่ยนไปในช่วงเวลาที่ไม่สงบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความมืดบอดชั่วขณะ ที่ชีวิตอย่างที่เราคุ้นเคยนั้นได้หยุดลงชั่วคราว
ผืนผ้าใบเหล่านี้แขวนอยู่ - เหมือนม่านกั้นระหว่างประตูซึ่งสื่อถึงความหมายแฝงของรูปถ่าย เมืองที่มืดสลัวอย่างน่ากลัว เงาเหมือนผีและดวงอาทิตย์ที่แผดเผา ล้วนสื่อเป็นนัยว่าโลกที่เราเคยรู้จักมาถึงจุดจบหรืออย่างน้อยก็เปลี่ยนไปอย่างลึกซึ้ง

คำว่า “Apocalypse” อาจแปลได้ว่า “เปิดเผย” หรือเปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่ และภาพถ่ายเหล่านี้กระตุ้นให้ผู้ชมย้อนคิดเรื่องที่เราเคยรู้มาก่อนอีกครั้ง และเผชิญกับความคลุมเครือของความเป็นจริงที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

ช่วงเวลาแห่งความมืดมิดนี้ไม่จีรัง

การแตกร้าวชั่วคราวนี้คือ “รอยแตก” ทางโลกของความเป็นจริงที่บังคับให้เราเผชิญหน้ากับภาพลวงตาเดิม แต่กำเนิดและเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลงของโลก
มันเป็นทั้งช่วงเวลาแห่งความมืดและความสว่าง ความมืดบอดและการทบทวน ความไม่แน่นอนและบทกวี การเปิดเผยและความงามสง่า

Pring Bunnag
Bangkok, 2020


© 2005–2021
Creative Migration, Inc.
Creative Migraton (East) Foundation
All rights reserved.
 



Follow us  

︎  ︎  ︎ ︎



 


© 2005–2021
Creative Migration, Inc.
Creative Migraton (East) Foundation
All rights reserved.



          Follow us  ︎ ︎ ︎︎   

 Contact   ︎︎ ︎